[วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Power BI] สรุปภาพรวมตลาดรถยนต์ 2568 เจาะลึกผลกระทบจาก EV

[วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Power BI] สรุปภาพรวมตลาดรถยนต์ 2568 เจาะลึกผลกระทบจาก EV

สวัสดีปี 2569 ครับ ผ่านพ้นปี 2568 มาแบบลุ้นกันตัวโก่ง วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาเปิดหน้าจอ Power BI Dashboard เพื่อส่อง “ยอดจดทะเบียนรถยนต์” และเข้าใจ Trend ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยแบบเจาะลึกนะครับ

1.ภาพรวมยอดจดทะเบียนตลาดรถยนต์

ถ้าเรามองแค่กราฟเส้นตรงๆ เราอาจจะคิดว่าตลาดรถยนต์ปี 2568 นั้นเงียบเหงา เพราะยอดจดทะเบียนรวม (YTD) อยู่ที่ 585,089 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเพียง -0.05% เท่านั้น (เรียกได้ว่าเสมอตัว) แต่ถ้าเราลอง “Drill-down” หรือเจาะลึกลงไปในข้อมูล จะพบว่าข้างในนั้นมีการแข่งขันกันดุเดือดมากครับ! เหมือนทะเลที่ผิวน้ำนิ่งแต่ข้างใต้มีคลื่นยักษ์ที่ชื่อว่า “EV จีน” เข้ามาในตลาด

2.ภาพรวมยอดจดแยกเชื้อเพลิง

จะเห็นว่ายอดจดทะเบียน ปีเทียบปีเท่าๆเดิม พลังงานที่เติบโตสูงที่สุดก็คือ EV ซึ่งยอดจดขึ้นมาเป็น 119,148 คัน (+74%) ส่วนที่ตกหนักสุดจะเป็น Benzene ลดลงมาเหลือ 118,880 คัน (-21%)

3.Trend รายเดือนยอดจดเชื้อเพลิง

จะเห็นว่ายอดจดทะเบียน EV สูงขึ้นในช่วงปลายปี 2025 เพราะมาตรการณ์ EV3.0 กำลังจะหมดปลายปี 2568 นั่นเอง ซึ่งสวนทางกับพลังงานอื่นๆ (ปกติจะลากไปจดกันช่วงต้นปีถัดไปครับ)

4.ภาพรวมยอดจด ร.ย.

คราวนี้มาดูสัดส่วนยอดจดทะเบียน ร.ย. กันนะครับ (ใน Power BI ของผมจะใช้แค่ ร.ย.1 กัย ร.ย.3)

จะเห็นว่า ร.ย.3 ลดลงไป 19,777 คัน (-20%) ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกระบะตอนเดียว และตอนครึ่ง กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม SME ขนาดเล็กย่อมๆ ด้วยความที่มีเรื่องหนี้ครัวเรือนในระดับสูง, ทางแบงค์คุมเข้มในการปล่อยสินเชื่อ, และสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา

  • ร.ย. 1 (รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน) รถเก๋ง หรือรถอเนกประสงค์ (SUV) ที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง เน้นการโดยสารส่วนบุคคล
  • ร.ย. 3 รถกระบะ (แบบตอนเดียว หรือแบบมีแค็บ 2 ประตู) ที่ออกแบบมาเพื่อการบรรทุก เน้นการขนส่งหรือบรรทุกสิ่งของ
  • สามารถอ่านรายระเอียดเรื่อง ร.ย. เพิ่มเติมได้ที่ ลิงค์นี้

5.ยอดจดทะเบียนและสัดส่วนการตลาดราย Brand

ยอดจดทะเบียนและ Market Share ราย Brand จะเป็นว่าแบรนด์จีนที่มีสินค้า EV เข้ามาจะ Mkt Share เติบโตสูง ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นมีสินค้า Hybrid สามารถช่วยประคองยอดจดทะเบียนไปได้ไปได้

6.ยอดจดทะเบียนรายแบรนด์ที่เติบโตสูงที่สุดและลดลงสูงที่สุด

แบรด์ที่เติบโตสูงก็หลักๆจะเป็นแบรนด์จีนไฟฟ้า และแบรนด์ที่ลดลงก็เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นครับ

มาดูยอดจด JAECOO 5 กันครับที่มีกระแสข่าว ลิงค์นี้ ว่านัดรับรถได้ที่ท่าเรือแหลมฉบังช่วงก่อนปีใหม่เนื่องจาก นโยบาน EV3.0 กำลังจะหมด ยอดจดขึ้นมาอยู่ที่ 4,069 คัน

8.รุ่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุด

โดยปกติแล้วรุ่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดจะเป็นกระบะอย่าง Revo และ D-Max แต่ในปีที่ผ่านมายอดกระบะภาพรวมลดลงไปพอสมควร และรุ่นที่ทำได้ดีขึ้นมากคือรุ่นไฟฟ้า และ Hybrid ครับ

8.มุมมองตลาดรถยนต์ปี 2569

1. ผลกระทบจาก EV 3.5 และการปรับตัวของราคารถ EV

  • เงินอุดหนุนลดลง: เนื่องจาก EV 3.0 หมดไปแล้วกำลังเข้าสู่ EV 3.5 เงินสนับสนุนต่างๆก็ลดลง
  • Production Offset: ปี 2026 เป็นปีที่ค่ายรถต้องผลิตชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน ซึ่งเป็นความท้าทายด้านต้นทุนการจัดการโรงงานใหม่ในไทย
  • เงื่อนไขแบตเตอรี่: ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 มีการคุมเข้มการใช้เซลล์แบตเตอรี่นำเข้า (ไม่เกิน 10% ของราคารถ) เพื่อบีบให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคารถ EV ในช่วงนี้ไม่สามารถทำสงครามราคา (Price War) ได้รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา

2. Japanese Hybrid 2027: การแก้เกมของค่ายญี่ปุ่น

แบรนด์ญี่ปุ่นไม่ได้นิ่งนอนใจจริงครับ และปี 2027 จะเป็นปี “Big Move” ของพวกเขา

  • เทคโนโลยี Solid-state & New Hybrid: หลายค่ายรอจังหวะให้เทคโนโลยีแบตเตอรี่นิ่งกว่านี้ โดยในปี 2027 เราจะได้เห็น Hybrid รุ่นใหม่ที่เน้นระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลขึ้นมาก

3. ตลาดกระบะและเศรษฐกิจ

ตลาดกระบะยังคงเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ในปีนี้ครับ:

  • กลุ่มลูกค้า : กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ยังมีอยู่ครับคนที่ต้องการใช้งานรถกระบะขนของ
  • เข้มงวดสินเชื่อ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้สถาบันการเงินยังคงปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในกลุ่มกระบะใช้งาน (Commercial) สูง

4. ข้อจำกัดด้าน Facility (คอนโด & ต่างจังหวัด)

นี่คือ “กำแพง” สำคัญที่ทำให้รถน้ำมันและ Hybrid ยังแข็งแกร่ง:

  • Condo Struggle: ถึงแม้จะมีสตาร์ทอัพด้าน Charging Station เข้าไปเจาะตลาดคอนโดมากขึ้น แต่ข้อจำกัดเรื่องหม้อแปลงไฟฟ้าและการจัดสรรที่จอดรถยังเป็นปัญหาใหญ่
  • Provincial Infrastructure: ในหัวเมืองใหญ่อาจจะครอบคลุม แต่การขับขี่ข้ามจังหวัดไกลๆ ในช่วงเทศกาลยังคงเป็น Pain Point ที่ทำให้คนต่างจังหวัดเลือก Hybrid มากกว่า BEV

สุดท้ายต้อง Monitor ตลาดอย่างใกล้ชิดครับเพราะตลาดรถยนต์ในประเทศไทยตอนนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก

9.Power BI Dashboard

ข้อมูลที่ผมนำมาโชว์นี้เป็นส่วนหนึ่งใน Power BI ที่สร้าง Insight ให้ดูแบบรวดเร็วนะครับ จริงๆแล้วผมมีวิเคราะห์ในเรื่องอื่นๆเชิงลึกอีกพอสมควร แต่ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ

🚀 Decision-Making Tool for Automotive Leaders

ข้อมูลที่ผมนำมาสรุปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่จาก Dashboard ที่ผมพัฒนาขึ้นนะครับ และถ้าใครสนใจ Dashboard นี้สามารถสั่งซื้อได้ครับ

[Exclusive Offer] Power BI Automotive Dashboard

เปลี่ยนข้อมูลยอดจดทะเบียนที่ซับซ้อน ให้เป็นกลยุทธ์ที่จับต้องได้:

  • Market Share Heat Map: ดูพื้นที่โอกาสรายจังหวัด
  • Province Scatter Plot: แยกจังหวัดที่ทำยอดได้ดี (Star) และที่ต้องเร่งแก้ไข
  • Deep Dive Analysis: เจาะลึกรายรุ่น รายเชื้อเพลิง และราย Segment

💰 ราคาโปรโมชันเปิดตัว:

  • Full License (ซื้อขาด): เหลือเพียง 29,000.- (จากปกติ 35,000.-)
  • Monthly Maintenance: 2,500.- / เดือน (อัปเดตข้อมูลใหม่ให้ทุกเดือน พร้อมดูแลระบบ เป็น Optional ครับ)

📩 สนใจเป็นเจ้าของ Dashboard ตัวนี้ หรือปรึกษาเรื่องการวางระบบข้อมูลติดต่อ: Line Id: @741imcyw หรือคลิก Link นี้

🛠️ สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • 📦 Power BI Dashboard Pro : Power BI Automotive Dashboard
  • 🎥 Online Training : สอนวิธีการใช้งาน 2 ครั้ง
  • 🔒 Lifetime Access: ไฟล์เป็นของคุณ 100% ไม่มีหมดอายุ สามารถนำไปปรับทำต่อได้เอง

💳วิธีชำระเงิน: การโอนเงินทางธนาคาร

**กรุณาตรวจสอบยอดรวมก่อนชำระ**

จำนวนเงิน 29,000 บาท

ธนาคาร กสิกรไทย
เลขที่บัญชี 051-3-48346-5
ชื่อบัญชี ศิริพงษ์ โรจน์ชัยวิริยะกุล

หลังจากที่ชำระเงินแล้ว สามารถแจ้งสลิปการโอนเงินมาที่

Line Id: @741imcyw หรือคลิก Link นี้ หลังจากนั้นจะมีพนักงานติดต่อส่งสินค้าให้ภายใน 2 ช.ม

ลองดูบทความเพิ่มเติมได้ดังนี้